“วิธีถอดถอนความเผลอเย่อหยิ่งในชีวิต”

….พิจารณาธรรมสังเวช พิจารณาความตายเป็นอารมณ์ ย่อมมีทางถอดถอนความเผลอเย่อหยิ่งในวัน ในชีวิต และวิทยฐานะต่างๆ ออกได้ จะเห็นโทษแห่งความบกพร่องของตัว และพยายามแก้ไขได้เป็นลำดับ มากกว่าจะไปเห็นโทษของคนอื่น และมานินทาเขา

นี่คือการภาวนา คือวิธีเตือนตน สั่งสอนตน ตรวจตราดูความบกพร่องของตน ว่าควรแก้ไขจุดใด ตรงไหนบ้าง.

“หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต”

 

 

 

 

 

 

 

ที่มาบทความ : https://www.facebook.com/watasokaram.org/posts/1636542906418924

“ท่านพ่อลีแนะนำว่าเวลานั่งสมาธิให้เอาจิตอยู่กับปัจจุบัน”

…ในเวลาที่เรานั่ง ให้คอยสังเกตดูว่า ใจของเราอยู่กับลมหายใจที่เข้าออกหรือไม่ ต้องมีสติคอยกำกับจิต เช่นเวลาหายใจเข้า ให้ระลึก พุท เวลาหายใจออก ให้ระลึก โธ ตั้งสติอย่าให้เผลอ อย่าให้ลืม ปล่อยวางภาระทั้งหลายและปลดปล่อยสัญญาอารมณ์ภายนอกต่างๆ ออกให้หมดสิ้น ทำใจให้อยู่กับลมหายใจอย่างเดียว ไม่ต้องเหลียงวดูอย่างอื่น

แต่โดยมากในเวลาที่เรากำลังนั่งนี้ ก็มักจะมีสัญญาอดีตอนาคเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จะมาตัดทอนและมาทำลายคุณความดีของเราอยู่เสมอ สัญญาทั้งหลายจะเป็นเรื่องเก่าแก่ที่แล้วมาหรือจะเป็นเรื่องใหม่ที่ยังมาไม่ถึงก็ดี เป็นเรื่องโลกก็ดี เรื่องธรรมก็ดี ไม่ใช่เรื่องของดีทั้งสิ้น มีแต่จะเป็นสิ่งที่ก่อทุกข์โทษให้แก่ตัวเราทำให้ดวงจิตเกิดความไม่สงบไม่สงบวุ่นวาย ฟุ้งซ่าน เดือดร้อน หาความเย็นใจไม่ได้ เพราะเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว ก็ย่อมจะล่วงเลยไปแล้ว จะดีหรือชั่วก็แก้ไขไม่ได้ และเอากลับคืนมาอีกไม่ได้ เรื่องข้างหน้าที่เป็นเรื่องอนาคตก็ยังมาไม่ถึง และไม่สามารถรู้ได้ว่า จะเป็นไปตามความนึกคิดของเราได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ยังอยู่ไกล และยังเป็นความสงสัยลังเลไม่แน่นอน ฉะนั้นจึงไม่เป็นสิ่งที่อำนวยประโยชน์ให้แก่การคิดนึกของเราเลย

เหตุนี้จึงต้องคอยจับดวงจิตให้เขาไปอยู่ในปัจจุบัน เช่น ที่ท่านสอนให้ทำภาวนาโดยเอาจิตมากำหนดไว้ที่ลมหายใจแห่งเดียว

การที่เรา นึกถึงลมหายใจนี้ ท่านเรียกว่า วิตก คือที่เราหายใจ พุท เข้า โธ ออก อยู่อย่างนี้แหละเมื่อเราจะเอาส่วน วิจาร เข้ามาแทน ก็ให้ปล่อยวิตกคือคำว่า พุทโธ นั้นเสีย แล้วก็จงสังเกตว่า อาการหายใจเข้าออกนี้เกิดความกระเทือนไปถึงไหน เวลาหายใจเข้าไปรู้สึกสบายหรือไม่สบาย เวลาหายใจออกมาเรารู้สึกสะดวกหรือไม่สะดวก

ถ้าไม่สะดวกสบาย ก็ให้ปรับปรุงแก้ไขเสียใหม่ เมื่อเราประคองจิตอยู่เช่นนี้ก็ปล่อย พุทโธ ไปไม่ต้องใช้ ลมที่หายใจเข้าไปก็จะกระจายแผ่ซ่านไปทั่วตัวด้วยความมีสติสัมปชัญญะ เมื่อเราปล่อยการ วิตก บางส่วน เช่น วางคำภาวนา พุทโธ เสีย เหลือแต่การกำหนดลมหายใจแล้ว ความตรวจตรองมีมากขึ้น ความไหวตัวของจิตก็ลดลงและจะกลายเป็นสมาธิจิตไป อารมณ์ทั้งหลายก็ดับ ความดับนี้ไม่ใช่หมายความว่าเราหูดั้บหรือหูตึง อาการที่ดับนี้คือเราไม่ได้ยกจิตออกไปสู่อารมณ์ภายนอกทั้งอดีตอนาคต ตั้งอยู่แต่ในปัจจุบันอย่างเดียว.

“ท่านพ่อลี ธมฺมธโร”

 

 

 

 

 

 

 

ที่มาบทความ : https://www.facebook.com/watasokaram.org/posts/1636542906418924

ชอบก็แชร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *